วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ที่มาในการสร้างบลอกหลักคิดหลักธรรม

พระพุทธธองค์ไม่ได้สอนให้เชื่อ แต่ท่านสอนให้ใช้ปัญญา
"ปัญญาคืออะไร" ตรงนี้ก็ต้องทำความเข้าใจก่อน
ทัศนคติของแต่ละคนก็ตีความหมายไปต่างกัน
เช่นเดียวกับคำว่าความจริง
อะไรคือความจริง เราไม่สามารถยืนยันเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้เลยว่าเรื่องนั้นเรื่องนี้เรื่องนู้นคือความจริง
ในเมื่อ คุณเองยังไม่ทราบด้วยซ้ำว่าความหมายของคำว่า "ความจริง" แท้แล้วคืออะไร
              สำหรับคำว่าปัญญา ในทัศนคติของผู้เขียนแล้ว ปัญญา หมายความว่า การมีเหตุและมีผล สิ่งใดเมื่อเกิดขึ้นใช่ว่ามันจะอยู่่เฉยๆแล้วเกิดขึ้นเอง
แต่ย่อมมีเหตุอยู่ก่อนแล้ว ลองคิดดูอย่างเช่น สร้างเว็บมาเพื่ออะไร มีจุดประสงค์อย่างไรจึงจะสร้างขึ้นมา
แน่นอนคงไม่มีใครคิดที่จะสร้างมาแล้วเพื่อที่จะทำลายคนอื่น หรือสร้างมาเพื่อให้คนอื่นเกิดความทุกข์ เพราะนั่นคือการเบีบดเบียนผู้อื่น....(หรืออาจเบียดเบียนตัวเองด้วย ผิดศีลข้อหนึ่งนั่นเอง)
สร้างมาแล้วทุกข์ มีแล้วทุกข์ยิ่งมีมากยิ่งทุกข์ ก้เพราะคุณ ทำให้มันเป็นทุกข์เอง ตรงกันข้าม
ถ้าทำแล้วเป็นสุข อย่างน้อยก็สุขใจที่ได้ทำ ทำด้วยใจ ไม่ได้ทำเพราะยึดว่านี่คือหน้าที่ สิ่งนี้ต่างหาก ที่สำคัญ
ต่อให้คุณคิดว่าอยากทำๆๆๆๆ แต่ทำแล้วมาบอกว่า เหนื่อย มาบอกว่า คนอื่นไม่เห็นใจ ก็แสดงว่าคุณยังไม่พอใจ ในผลงานของคุณทั้งที่ๆคุณเป็นคนทำเอง
ความพอใจ อยู่ที่ไหน อะไรยิ่งใกล้ยิ่งมองไม่เห็น 
  ถามว่าตอนนี้คุณรู้สึกเห็นใจตนเองบ้างไหม ถ้ายังไม่เห็นก้ไม่ต้องคาดหวังเลยดีกว่าว่าจะให้คนอื่นมาเห็นใจ ...........

  ประการต่อมา จะว่างหรือไม่ว่าง แต่เมื่อมีเหตุ มีสิ่งที่เหมาะสมและเห็นสมควร อีกอย่างสร้างมาแล้วอย่างน้อยคนสร้างก็มีความสุข ถ้าใครอ่านแล้วยิ่งทุกข์ก็สามารถโพสต์บอกได้จะได้ไม่เปนบาปกรรมต่อกัน อย่าว่ามีเวลาว่างเล้ยเวลาไหนๆขอให้มีลมหายใจ นั่นคือโอกาสที่จะทำก็แล้วกัน ในเมื่อทำแล้วเราก็มีจุดประสงค์ว่า นี่คือการเผยแผ่ธรรมจะอ่านไม่อ่านเราไม่ได้คาดหวัง ส่งประชาสัมพันธ์ไปร้อย เปิดอ่าน สิบ สนใจ หนึ่งคนก็ยังดี กว่าปล่อยให้อยู่เฉยๆ ในเมื่อโอกาสของแต่ละคนมันก็มีแค่ตอนยังมีลมหายใจ นี่หล่ะ หมดลม หมดสิทธิ์
 ที่ว่าคัดลอก นั่นถูกต้อง ในเมื่อของดีจริง ใครๆก็ต้องอยากได้ อยากรู้จัก ตอนนี้เราก็ยังเป็นแค่ปุถุชนคนธรรมดา ยังไม่มี ปัญญา จะสร้างหลักธรรม ขึ้นมาสอนใครต่อใครได้เองหรอก ก็ยังต้องอาศัยหลักธรรมคำสอนของครูบาอาจารย์นำมาก่อน มาเพื่อเปนแนวทาง ถ้าคุณปฏิเสธการคัดลอก เวลาเรียนหนังสือก็ไม่ต้องเรียนเลย เพราะ นั่นคือการคัดลอกคำสอนของครูผู้สอนไปมิใช่หรือ ไม่ต้องจดแลกเชอรืไม่ต้องถ่าย เอกสารชีท ก่อนเรียนก่อนสอบไปเลยใช่หรือไม่ และที่สำคัญบทความต่างๆที่ได้นำมาลง ก็ใช่ว่าจะใช้กูเกิ้ลเชิจแล้วก้อบแล้ววาง อย่างไร ก็ต้องผ่านสายตา ของผู้ลงเผยแผ่ที่อ่าน แล้วพิจารณาคัดเลือกแล้วว่าเห็นสมควรที่จะลง เพราะเห็นว่าเมื่อคบุคคลอ่านแล้วจะได้ข้อคิดจากธรรมะนั้นๆ
แต่จะได้เหมือนหรือไม่เหมือนกับคนที่นำมาลงหรือไม่อันนี้ก็เป็นเรื่องของแต่ละบุคคลพึงทราบเอง 
 
......"จงทำไปเถิดถ้าท่านเห็นว่าสมควร แต่จะถูกหรือผิดนั้นขึ้นอยู่กับสติปัญญา และความสามารถในการหาเหตุผลที่แท้จริง ของท่านต่างหาก "....
 (ธรรมะจากหนังสือ พระธรรมนำใจ สายใยแห่งชีวิต)

เรื่องเล่า----กาลครั้งหนึ่งถึงวัด???

วัด??
วัดไปทำไม
--ไปวัดทำไม
ทำไมต้องไปวัด
พ่อแม่พาไป
หึหึ
ไปวัดมีพระ
ไปวัดมีของกิน
อืมมแล้วไปวัดยังมีนิทานให้ฟังอีก
ดีๆๆๆๆ
(ความคิดเมื่อยังเด็ก)----โปรดติดตามตอนต่อไป